ข่าวเศรษฐศาสตร์-ล่าสุด

SCGL x JWD ยกระดับธุรกิจโลจิสติกส์ในอาเซียน

โตแค่ไทยไม่พอ SCGL x JWD ควบรวมกิจการ ยกระดับธุรกิจโลจิสติกส์ในอาเซียน

SCGL และ JWD ประกาศดีลรวมกิจการ แบบพาร์ทเนอร์ชิป ภายใต้ชื่อบริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGJWD เตรียมยกระดับธุรกิจโลจิสติกส์ในอาเซียน

เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 65 นายชวนินทร์ บัณฑิตกฤษดา ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JWD กล่าวว่า บริษัทฯ เตรียมเดินหน้าการรวมกิจการกับ บริษัท เอสซีจี โลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ จำกัด หรือ SCGL ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของกลุ่มบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC

หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท หรือ บอร์ด เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 65 ได้มีมติอนุมัติให้เสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติแผนการรวมกิจการระหว่าง JWD และ SCGL โดยการทำธุรกรรมดังกล่าว JWD จะออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 791,020,363 หุ้น และเสนอขายแบบเฉพาะเจาะจงต่อบุคคลในวงจำกัด หรือ PP ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของ SCGL ที่ราคาหุ้นละ 24.02 บาท

เพื่อเป็นค่าตอบแทนการรับโอนหุ้นสามัญทั้งหมดของ SCGL โดยวิธีแลกหุ้น (Share Swap) โดยภายหลังการแลกหุ้นแล้วเสร็จผู้ถือหุ้นเดิมของ SCGL จะเข้ามาถือหุ้นใน JWD ในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 43.7 ของหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของ JWD ภายหลังการเข้าทำธุรกรรม

ทั้งนี้ JWD จะจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2565 ในวันที่ 8 ธ.ค. 65 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมบรรทัดทอง ชั้น 6 อาคาร JWD Store it! Siam และกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิเข้าร่วมประชุม หรือ Record Date ในวันที่ 10 พ.ย. 65 เพื่อพิจารณาอนุมัติแผนการรวมกิจการ

ข่าวเศรษฐศาสตร์-วันนี้

และการลดทุนและเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ เป็น 905,510,153.00 บาท จากเดิม 509,999,971.50 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนดังกล่าว และคาดว่าการทำธุรกรรมการรวมกิจการของ SCGL และ JWD จะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 1/66

สำหรับโอกาสทางธุรกิจที่เราวางแผนร่วมกันมีทั้งหมด 5 ส่วน

1. การเพิ่มรายได้จากการ Cross-Sale และ Up-Sale จากฐานลูกค้าเดิมของ SCGL และ JWD เพื่อเพิ่มรายได้และการประหยัดต้นทุน

2. การสร้างมูลค่าเพิ่มในบริการเดิมที่แต่ละฝ่ายมีความชำนาญ เช่น คลังห้องเย็น ลานจอดรถยนต์ คลังสินค้าอันตราย การขนส่งแบบต่อเนื่องหลายรูปแบบ เป็นต้น

3. การเชื่อมต่อฐานการให้บริการในภูมิภาคอาเซียนแบบไร้รอยต่อ โดยนำ Business Model ที่ประสบความสำเร็จในไทย ไปสร้างการเติบโตในต่างประเทศ

4. ให้บริการแบบ D2C (Direct to Consumer) ตามความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป ผ่านบริการ ห้องเก็บของส่วนตัวให้เช่า, โลจิสติกส์สำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ, การขนส่งแบบด่วน

5. พัฒนาขอบเขตการให้บริการอย่างต่อเนื่อง ในธุรกิจใหม่ๆ เช่น อสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรม บริการพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับจัดการโลจิสติกส์ เป็นต้น

นายชวนินทร์ กล่าวอีกว่า ดีลรวมกิจการครั้งนี้เป็นดีลใหญ่และสำคัญ ที่เราพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วว่าจะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้น และจะทำให้เราสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน ท่ามกลางสภาวะตลาดที่ท้าทายและผันผวน

ทั้ง JWD และ SCGL ต่างเป็นจิ๊กซอว์ที่ลงตัว มีฐานลูกค้าที่แตกต่าง สามารถเสริมแกร่งซึ่งกันและกัน ภายใต้ศักยภาพของ SCGJWD เราจะสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างไร้ขีดจำกัดอย่างยั่งยืน และสามารถส่งมอบโซลูชั่นที่เป็น One Stop Service อย่างแท้จริง

นายบรรณ เกษมทรัพย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี โลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า การรวมกิจการกับ JWD ถือเป็นการผสมผสานความเชี่ยวชาญของ 2 บริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมโลจิติกส์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการให้บริการที่ดียิ่งขึ้น และทำให้การเติบโตของธุรกิจเป็นไปได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

โดย SCGL มีความเชี่ยวชาญการให้บริการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมและสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ จากการให้บริการขนส่งสินค้าแก่บริษัทในเครือ SCG และลูกค้าทั่วไป รวมถึงการลงทุนพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีไอทีมาอย่างต่อเนื่อง

เช่น ระบบควบคุมการจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน (Control Tower), ระบบ Telematics เพื่อติดตามข้อมูลการขับขี่และแจ้งเตือนคนขับ, ระบบจัดเก็บและเบิกจ่ายสินค้าอัตโนมัติ (ASRS) ฯลฯ รวมถึงมีโรงเรียนทักษะพิพัฒน์ เพื่อฝึกทักษะการขับขี่ปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่รถบรรทุก รถโฟล์คลิฟท์

ขณะเดียวกัน SCGL มีการดำเนินธุรกิจในหลายประเทศจากการขยายธุรกิจ เพื่อรองรับการขยายธุรกิจของกลุ่ม SCG เช่นในประเทศ เวียดนาม อินโดนีเซีย จีน กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และฟิลิปปินส์ เป็นต้น โดยสามารถให้บริการขนส่งสินค้าข้ามแดนจากไทย สปป.ลาว เวียดนาม ไปยังจีน

รวมถึงธุรกิจเรือลำเลียงสินค้า (Barge) ที่สามารถขนส่งสินค้าไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น กัมพูชา เมียนมา รวมถึงมีธุรกิจให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทางเรือ ซึ่งสามารถร่วมกับ JWD ขยายเส้นทางให้บริการไปยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน

ทั้งนี้ SCGL มีแผนขยายบริการโลจิสติกส์ทางรางและทางอากาศ ซึ่งเมื่อรวมกับ JWD แล้ว จะสามารถขยายเครือข่ายการให้บริการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบที่มีความครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ธุรกิจ เนื่องจากการขนส่งสินค้าทางเรือและทางราง มีต้นทุนต่ำกว่าทางรถ โดยฐานลูกค้าที่มีขนาดใหญ่ขึ้นจะเพิ่มโอกาสขนส่งสินค้าได้ทั้งขาไปและขากลับ

นอกจากนี้ จะให้ความสำคัญกับเรื่อง Sustainability เช่น การเป็น Green Logistic มุ่งเน้นการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยการลดการใช้พลังงาน ทั้งการนำรถขนส่งพลังงานไฟฟ้าเข้ามาใช้ และการใช้พลังงานจาก Solar Roof ภายในคลังสินค้า เป็นต้น

นายบรรณ กล่าวอีกว่า เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เป็นประเทศที่มีศักยภาพจากอัตราเติบโตของเศรษฐกิจที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคนี้ จึงมีความต้องการคลังสินค้าและผู้ให้บริการโลจิสติกส์เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรม และสามารถขยายการลงทุนสร้างคลังสินค้าเพิ่มเติมในประเทศต่างๆ เพื่อสร้างการเติบโตในระดับภูมิภาคอีกด้วย